รีวิวหนัง “4Kings 2” สานต่อเมนูเด็กช่าง ครั้งนี้อาจจะไม่กลมกล่อม แต่พลังแอคติ้งดียกแผง!

4Kings 2

กลับมาอีกครั้งกับหนังอาชญากรรมที่จัดได้เป็นหนังสายเด็กช่างที่เคยสร้างปรากฏการณ์และปลุกเทรนด์ขึ้นมาได้อย่างเกรียงไกร เมื่อ 2 ปีก่อน ครั้งนี้มาสานต่อในฐานะหนังภาคต่อและแต่งเติมจักรวาลนี้ให้เป็นปึกแผ่นยิ่งขึ้นใน “4Kings 2” ที่ยังพาคนดูดำดิ่งไปสู่วังวนเด็กนักเรียนอาชีวะ ที่ใคร ๆ ต่างพากันมองว่าพวกเขาเป็นเด็กนักเลง ที่มักจะต่อกรกันแบบวายปวงกันทุกครา จนกลายเป็นหนึ่งในเศษเสี้ยวปัญหาในสังคม

4Kings 2

4Kings 2 เป็นการปะทะของ 2 อริต่างสถาบัน กนก และ บุรณพนธ์ เริ่มต้นขึ้นในค่ำคืนหนึ่ง “ตุ้มเม้ง กนก” ถูกดักทำร้ายร่างกายจนปางตาย “บ่าง กนก” เตรียมการหวังแก้แค้น คู่อริต่างสถาบัน “เอก บุรณพนธ์” และ “รก บุรณพนธ์” เมื่อความแค้นที่ถูกสะสมได้เวลาเอาคืน บ่าง และ รก เผชิญหน้ากัน โดยมี ยาท เด็กบ้าน เป็นตัวแปรที่จุดชนวนครั้งใหญ่ เพิ่มอุณหภูมิความเดือดในการล้างแค้นครั้งนี้

ครั้งนี้ก็ยังคงได้อดีตเด็กช่างตัวจริง “พุฒิ-พุฒิพงษ์ นาคทอง” มารับหน้าที่กำกับและร่วมเขียนบทอีกเช่นเคย ที่แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าควรจะมีอะไรและใส่อะไรลงไปในหนัง เพียงแต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ต่างจากที่ภาคแรกเคยทำเอาไว้ อย่างน้อยที่สัมผัสได้ชัดเจนก็คงจะเป็น ‘เสน่ห์’ ที่กลายเป็นว่าภาคต่อได้ทำเสน่ห์ที่ควรจะมีเลือนหายไปอย่างเสียดาย

4Kings 2

สาเหตุที่เสน่ห์ของ 4Kings ในภาคนี้ไม่สามารถตรึงใจได้เหมือนกับที่มาตรฐานเดิมทำเอาไว้ คงจะต้องบอกว่าปัญหาหลักและน่าจะเป็นปัญหาเดียวของ 4Kings 2 เรื่องนี้คือบทภาพยนตร์ ด้วยความที่โครงสร้างของบทหนังภาคนี้แทบจะไม่มีอะไรเลย ผู้สร้างมันแต่ไปเน้นย้ำกับวัฒนธรรม “การเรียกตีน” (ขออนุญาตใช้ภาษาตามในหนัง) ซ้ำซากเกินไป จนทำให้แก่นสารของหนังภาคนี้แทบไม่มีอะไรเลย นอกจากเเจอหน้าแล้วยกพวกรุมกัน

ก็คงจะใช่ที่เจตนาของผู้สร้างน่าจะต้องการสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมอันป่าเถื่อนของกลุ่มคนพวกนี้ ที่พวกเขาเองก็ยังให้คำตอบตัวเองไม่ได้เช่นกันว่าสิ่งที่ทำลงไปคืออะไร และมันเป็นสิ่งเลวร้ายแค่ไหน นอกจากความคึกคะนองที่แทบจะหาเหตุผลมาประกอบไม่ได้เลย ซึ่งมันกลายเป็นจุดที่ด้อยค่าและฉุดรั้งตัวหนังลงไปอย่างเลี่ยงไมได้ กลายเป็นว่าบทหนังไม่สามารถมีปฏิกิรยาใด ๆ กับคนดูได้เลย อีกทั้งปมดรามาต่าง ๆ ที่ใส่เข้ามาก็เบาโหวงเหมือนกับละครหลังข่าวทำนองนั้น

4Kings 2

แต่นั่นก็น่าจะเป็นเพียงจุดด้อยเพียงจุดเดียวที่เราเห็นใน 4Kings 2 เพราะเรากลับพบว่ายังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่หนังยังทำออกมาได้งดงามและเลิศเล่อตามมาตรฐานได้อยู่ โดยเฉพาะลีลาการแสดงของทีมนักแสดงแบบยกชุด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในขณะที่บทหนังเรื่องนี้กำลังกระท่อนกระแท่นพอสมควร กลับได้ทักษะของนักแสดงมาช่วยประคับประคองเอาไว้ได้ดีตลอดทั้งเรื่อง นี่ถือว่าเป็นทีมนักแสดงระดับการประจัญบานตัวเทพเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้

“แหลม สมพล” เล่นบทดรามาได้อย่างเจนจัด ทั้งอินเนอร์และท่าทางแววตาของเขา สามารถเสริมบุคคลิกและความเป็นตัวละครนี้ได้อย่างมีมิติเป็นอย่างมาก ในขณะที่ “จี๋ สุทธิรักษ์” ก็มอบการแสดงที่จัดจ้านแฝงความหล่อได้ไม่แพ้กัน ถึงแม้ว่าตัวละครของเขาจะมีโครงการรากฐานที่ไม่ค่อยดี แต่เขาก็สามารถทำมันออกมาได้ดีเกินกว่าที่คาดไว้ เช่นเดียวกับ “ทู สิราษฎร์”, “เฟย ภัทร”, “ท็อป ทศพล” หรือ “เบนจามิน วาร์นี” พวกเขาเป็นตัวละครสมทบที่เป็นมากกว่าแค่การมาสมทบ

4Kings 2

แต่ที่เฉิดฉายสุด ๆ ใน 4Kings 2 เรื่องนี้ดูเหมือนว่าแสงสปอตไลท์จะไปจับจ้องที่ “ดี เจอร์ราร์ด” ที่มาพร้อมกับพาร์ทตัวละครที่ท้าทายทักษะการแสดงของเขาเป็นอย่างมาก การกลับมาเป็น ยาท เด็กบ้าน ครั้งนี้ กลายเป็นบทบาทที่ดีที่สุดที่เขารับเล่น และหนังก็เปิดช่องไฟให้เขาได้ปล่อยพลังแบบสุด ๆ ด้วยการดีไซน์การแสดงออกมาเป็น 2 ขั้วอย่างชัดเจน และเขาก็รับมือมันได้ค่อนข้างดีใช้ได้

แม้ว่าจะต้องสารภาพตรง ๆ ว่าค่อนข้างเอนเอียงไปกับอินเนอร์คาแรกเตอร์ในห้วงอารมณ์ธรรมดาของตัวละครมากกว่า เพราะสะท้อนออกมาได้เห็นถึงมุมอ่อนไหวและอ่อนโยน ที่ ดี เจอร์ราร์ด ก็สื่อสารออกมาได้ค่อนข้างดี ในขณะที่้ห้วงอารมณ์เหี้ยมโหดนั้น รู้สึกว่ายังเป็นจังหวะที่ติดการแสดงที่ค่อนข้างประดิษฐ์อยู่ไปสักนิด พยายามเจริญรอยตามอินเนอร์ ‘โจ๊กเกอร์’ แต่ด้วยชั่วโมงการบินของนักแสดงที่ยังไม่ถึงขนาดนั้น ทำให้บางช่วงที่สวิฟต์ไปจุดนั้นยังทำออกมาได้ไม่ค่อยละมุนเพียงพอกับประสบการณ์ที่มี

4Kings 2

ไม่เท่านั้น 4Kings 2 ยังเต็มไปด้วยนักแสดงสมทบและรับเชิญที่จัดเต็มดรามาแบบจัด ๆ ชนิดที่แอบปวดหัวแทนทีมงานประกาศรางวัลในปีหน้ากันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น “บุ๋มบิ๋ม สุธีรัชย์”, “ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง” หรือ “ทราย เจริญปุระ” ที่จ้างร้อยแต่เล่นให้ล้านได้อย่างเต็มเหนี่ยว นี่จึงกลายเป็นไฮไลต์แสดงที่ดีงามและยังมอบกำไรคืนให้กับคนดูได้อย่างท่วมท้น กลายเป็นทีมนักแสดงที่ช่วยรักษาตัวหนังเอาไว้ได้อย่างดีเลิศ

นอกจากนี้ 4Kings 2 ก็มีองค์ประกอบงานสร้างอื่น ๆ ที่ต้องปรบมือให้ ไม่ว่าจะเป็นงานถ่ายภาพและดีไซน์มุมภาพต่าง ๆ ทำออกมาได้น่าสนใจและเก็บรายละเอียดดี โดยเฉพาะงานสร้าง Environment หรือแวดล้อมต่าง ๆ ในตัวหนัง ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำการบ้านและใส่ใจค่อนข้างใช้ได้ เก็บงานแห่งช่วงยุคสมัยออกมาได้น่าเชื่อถือทีเดียว

4Kings 2

ดังนั้นโดยภาพรวมแล้ว 4Kings 2 ถือว่าเป็นการกลับมาที่ยังเต็มไปด้วยรสชาติที่อร่อยอยู่ แม้ว่าส่วนประกอบบางส่วนจะขาดความกลมกล่อมแบบที่เคยทำได้ไปสักนิด บทหนังกลายเป็นบาดแผลเดียวในหนัง ที่ดันเป็นแผลที่ค่อนข้างใหญ่และส่งผลต่อตัวหนังในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อนำมาหนังทั้ง 2 ภาคมาเปรียบเทียบกัน คุณน่าจะสัมผัสได้เลยว่ามันคนละฟีลกันอย่างชัดเจน นั่นเป็นสิ่งที่ไมควรจะเป็นในเมื่อเป็นหนังภาคต่อ เพราะเท่ากับว่าโทนต่าง ๆ ของหนังจะค่อนข้างขัดต่อกัน

แต่กระนั้น 4Kings 2 ก็ยังได้การแสดงระดับมืออาชีพของทีมนักแสดงที่้ผนึกกำลังกันอย่างเต็มที่ พยายามช่วยกันขับเคลื่อนตัวหนังเอาไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยที่ยังมีองค์ประกอบงานสร้างอื่น ๆ ที่ยังทำออกมาได้ดีตามมาตรฐานเดิม หรืออาจจะสูงขึ้นกว่าเก่าด้วยซ้ำ ถึงจะเป็นภาคต่อที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียปะปนกันไป แต่อย่างน้อย ๆ หนังก็ถ่ายทอดออกมาได้ตรงเจตนารมณ์ที่ต้องการจะสื่อสารได้แจ่มแจ้งเช่นเดิม

ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง: 4Kings 2

ประเภท: แอคชัน / ดรามา / อาชญากรรม
ผู้กำกับ: พุฒิพงษ์ นาคทอง
นำแสดงโดย: สมพล รุ่งพาณิชย์, สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร, ดี เจอร์ราร์ด
ความยาว: 139 นาที
กำหนดฉายในไทย: 30 พฤศจิกายน 2023 (ในโรงภาพยนตร์)