รีวิวภาพยนตร์ A Man of Reason (2022)

A Man of Reason

เมื่อนักเลงอย่างเขาอยากเลิกราชีวิตเส็งเคร็ง

ด้วยเหตุผลสั้น ๆ คือ ‘เพื่อเริ่มต้นใหม่กับครอบครัวที่รัก‘

ทำให้มีคนไม่ยอมปล่อยให้เขาสมหวัง ระรานคร่าชีวิต

เขาจึงตอบโต้อย่างดุดัน ยืนหยัดในเหตุผลนั้นจนถึงที่สุด

A Man of Reason

A Man of Reason เป็นผลงานแรกที่พระเอกคนดัง จองอูซอง ที่ลงมือกำกับการแสดงเองเป็นครั้งแรก หลังโลดแล่นอยู่หน้ากล้องมานานกว่า 30 ปี การเปลี่ยนมาทำหน้าที่ตีความบท ถ่ายทอดให้เป็นภาพ มุมมองภาพดิบจากหลังเลนส์ไปสู่งานตัดต่อและกระบวนการโพสต์โปรดัคชั่น ให้ออกมาเป็นภาพยนตร์ที่น่าติดตามก็เป็นความซับซ้อนที่ยากขึ้นอีกมาก

ซึ่ง จองอูซอง ก็ทำออกมาได้ดีมีคุณภาพใช้ได้เลยนะ แต่อาจไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องรายได้นัก ซึ่งน่าจะเป็นเพราะบทและเนื้อหาของเรื่องราวมิได้ช่วยส่งให้ไปถึงจุดนั้น อย่างไรก็ตาม ในฐานะแฟนคลับจองอูซองก็ควรได้ชมสักครั้ง เพื่อร่วมให้กำลังใจกับการเริ่มต้นก้าวสู่ความท้าทายใหม่ของชีวิตเขา

A Man of Reason

หนังเรื่องนี้อยู่บนแกนหลักงานแอ็คชั่นผสมดราม่า เล่าถึงชีวิตตัวเอกที่เป็นนักเลงผ่านการก่อเรื่องร้าย ๆ จนต้องเข้าคุก หลังพ้นโทษ เขาพบเหตุที่อยากเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง แต่อะไร ๆ มันก็ไม่ง่ายราบรื่นดังใจ ทำให้เขาต้องใช้สกิลโหดวิถีนักเลงจัดการเคลียร์ปัญหาขวางหน้า จึงเป็นงานแนว Picaresque ที่ลุ้นเอาใจช่วยอย่างตื่นเต้นไปด้วย คือถ้าตัวเอกมีความร้าย ตัวร้ายก็จะเลวยิ่งกว่าให้สมควรต่อกรและเอาคืนอย่างสาสม

ในวันที่ นักเลงชเวซูฮยอก (รับบทโดย จองอูซอง) ได้รับอิสรภาพจากโทษต้องขัง 10 ปีออกมา เขาตรงไปหาแฟนสาว พร้อมแหวนที่ยังไม่มีโอกาสได้ขอเธอแต่งงานก็ดันติดคุกไปเสียก่อน พกพาความสำนึกผิดอยากใช้ชีวิตใหม่ร่วมกับเธอ และเขาก็เพิ่งได้รู้จาก คิมมินซอ (รับบทโดย อีเอลลียา) แฟนของเขาว่า ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน คือ อินบี (รับบทโดย รยูจีอัน) อายุ 10 ขวบ ซึ่งมินซอเองก็รู้ตัวว่าท้องหลังซูฮยอกเข้าคุกไปแล้ว และมินซอจะให้โอกาสซูฮยอกได้เป็นพ่อก็ต่อเมื่อเขากลับตัวเป็นคนดีแล้ว

A Man of Reason

เพื่อการนั้น ซูฮยอกต้องกลับไปบอกลาบอสของเขา พัคอึงกุก (รับบทโดย พัคซองอุง) ซึ่งตอนนี้ได้ดิบได้ดีในคราบนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใหญ่โต ส่วนหนึ่งก็มาจากความภักดีและการทุ่มสุดตัวของซูฮยอกเมื่อ 10 ปีก่อน หัวหน้าจึงไม่ยอมปล่อยเขาออกจากแก๊งไปง่าย ๆ ยิ่งมีความตั้งใจเดิมรอเขากลับมาอยู่ด้วยกันแล้วด้วย แต่นาทีนี้แม้แต่เงินก้อนโตก็ไม่สามารถรั้งซูฮยอกไว้ได้แล้ว

นอกจากนี้ คนสำคัญข้างตัวบอสผู้เป็นมือขวามาตลอด 10 ปีที่ซูฮยอกไม่อยู่อย่าง คังซองจุน (รับบทโดย คิมจุนฮัน) ย่อมอยากกีดกันและกำจัดซูฮยอกที่เก่งกว่าออกพ้นทางที่เขาจะไต่เต้าเป็นใหญ่

A Man of Reason

อูจิน (รับบทโดย คิมนัมกิล) และ จินอา (รับบทโดย พัคยูนา) เป็นคู่หูมือสังหารรับจ้างที่โดดเดี่ยว บ้าบิ่น กวน ๆ ชีวิตที่โตมาแบบมีปมทางจิตใจและยากจนพาพวกเขามาสู่อาชีพนี้อย่างไร้อนาคต ตอนนี้ก็ใช้ตึกรกร้างซุกตัว จินอามีสกิลเรื่องระเบิดทำมือ อูจินและจินอาคือผู้รับจ้างเจ้าประจำที่คังซองจุนไว้ใจ งานไม่มีพลาด รุนแรง เรียบร้อยแน่นอน

คังซองจุน ที่รับคำสั่งนายมาจับตาดู ซูฮยอก นั้น จึงฉวยโอกาสสั่งให้อูจินและจินอาไปตามเก็บซูฮยอกซะเลย ทำให้เรื่องราวบานปลาย ซูฮยอกผู้ต้องการวางมือ หวังเพียงชีวิตใหม่ที่สงบ ๆ กลับถูกบีบคั้นให้ต้องระห่ำอีกครั้ง เพื่อปกป้องคนที่รักให้ได้ถึงที่สุด

A Man of Reason

นั่นคือที่มาของฉากแอ็คชั่นไล่ล่าและต่อสู้มากมาย ที่เดินเรื่องไปตามลำดับแบบไม่มียืดเยื้อ รวบรัดความ บนเนื้อหาที่ค่อนข้างคุ้นเคย จำเจ และตรงไปตรงมาแบบไม่มีอะไรเกินคาดเดาเลย เสน่ห์ที่เหลือของหนังก็ตกที่งานโปรดักชั่นซึ่งดูสวยงามปราณีตอยู่ ฉาก สถานที่ มุมกล้อง การเล่นแสงสี เป็นสไตล์ Low key ที่มองแล้วสวยอาร์ตใช้ได้เลยค่ะ

ในส่วนของงานแอ็คชั่นนั้น แม้จะวางฉากเด่น ๆหลายครั้ง แต่ดูจะแค่ตอบโจทย์เล่าเรื่องได้ครบ จังหวะของหลายฉากก็ยังไม่กระตุกความมันส์เร้าใจเท่าไหร่นัก

A Man of Reason

สำหรับนักแสดง จองอูซอง ก็เป็นคาแรคเตอร์ที่ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ ของ คิมจุนฮัน ก็คุ้นเคยเดิม ๆ สีสันจึงน่าจะไปตกอยู่ที่ คิมนัมกิล ที่สร้างมุมอมยิ้มไว้ในหลายฉาก ทั้งน่ารักเกินคาดจากบุคลิกที่ปูไว้ และสร้างอารมณ์ร่วมให้ได้บ้าง ส่วนนักแสดงอื่นๆก็มาแบบบทน้อย เช่น อีเอลลีอา รยูจีอัน คิมจูฮอน หรือแม้แต่ พัคซองอุง เอง ที่คาแรคเตอร์ออกจะแบน ๆ ไม่มีรายละเอียด ทั้งนี้ อีกเหตุผลนอกจากความอ่อนของบทแล้วก็คงเป็นเพราะหนังค่อนข้างสั้นด้วยก็ได้ค่ะ

Trailer : A Man of Reason (2022)