รีวิวหนัง Home Alone 2 : Lost in New York (1992) โดดเดี่ยวผู้น่ารัก 2

Home Alone 2

เมื่อภาคแรกดังสนั่น ภาคต่อจึงต้องมาค่ะ

หนนี้เควิน (Macaulay Culkin) กับครอบครัวมีแผนจะไปฉลองคริสต์มาสกันที่ฟลอริด้า แต่ก็ดันเกิดเหตุให้เควินหลงไปนิวยอร์คแทน และที่แย่หนักเลยก็คือ 2 โจรอย่างแฮร์รี่ (Joe Pesci) และมาร์ฟ (Daniel Stern) ก็ดันแหกคุกออกมาได้และหนีไปนิวยอร์คเหมือนกัน งานนี้หนึ่งเด็กและสองโจรเลยต้องเผชิญกันอีกครั้งในเมืองใหญ่ที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้

Home Alone 2

ผมยังสนุกกับภาคนี้อยู่ครับ หนังยังคงยำความเป็นหนังตลก บวกหนังครอบครัว แล้วก็ผสมกับหนังคริสต์มาสได้ค่อนข้างดี แต่จะเพิ่มโทนของหนังผจญภัยลงไป และโดยส่วนตัวผมมองว่าหนังออกแนวแฟนตาซีกึ่งๆ หนังการ์ตูนด้วยครับ คือถ้าจะมองหาจุดโหว่ของหนังก็คงหาได้ไม่ยาก แต่เพื่อความเพลินผมเลยมองผ่านๆ เพราะเจตนาของหนังทำออกมาเพื่อเอาฮาเอาบันเทิงน่ะครับ เลยขอเสพตรงความสนุกดีกว่า

ภาคแรกหนังถือว่าสนุกกลมกล่อมครบรส ส่วนภาคนี้ผมมองเป็นภาคเสริมครับ เป็นเหมือนภาคผนวกที่เสริมเรื่องขึ้นมา ซึ่งมันก็ดูสนุกดี คนที่ต้องยกนิ้วให้เลยคือ Culkin ที่เล่นได้ลื่นไหล ยอมรับว่าเขาเล่นได้ดีจริงๆ ดูเป็นเด็กแก่นแต่ไม่เกินงาม ดูเป็นเด็กกล้าแต่ก็ไม่ได้กล้าเว่อร์ ยังไงก็ยังมีความเป็นเด็กอยู่ดี ซึ่งผมถือว่าเขาแสดงได้คุ้มค่าตัวมากครับ เรื่องนี้เขารับค่าเหนื่อยไป $4.5 ล้าน ซึ่งถือเป็นค่าตัวที่มากที่สุดเท่าที่นักแสดงอายุ 11 ปีเคยได้รับ นอกจากนี้ยังได้อีก 5% จากรายได้หนัง (หลังหักโน่นนี่แล้ว) ถือว่าได้ไปเยอะ แต่ในแง่การแสดงแล้วเขาก็ทุ่มเทจริงแบบสัมผัสได้เลยล่ะ

Home Alone 2

Pesci และ Stern ก็ยังคงมาฮา (และมาซวย) ได้อย่างออกรสเช่นเดิม บวกด้วยการแสดงเยี่ยมๆ ของ Catherine O’Hara ในบทแม่ของเควิน บอกเลยครับว่าหนังแค่มี 4 คนนี้ก็เอาอยู่แล้ว แต่นี่ยังได้ดาราสมทบบวกพลังเข้าไปอีก ไม่ว่าจะ Brenda Fricker ในบทผู้หญิงที่เลี้ยงนกพิราบในปาร์ค รายนี้ก็มาเพิ่มความอบอุ่นกินใจให้กับหนังได้มากโข

ยังมี Tim Curry อีกครับ เขาเล่นเป็นหัวหน้าแผนกต้อนรับได้ร้ายกาจแบบฮาๆ ยอมรับเลยว่าระหว่างดูนี่ผมคิดถึงเขามากๆ เพราะเขาเป็นนักแสดงที่เจ๋ง เล่นได้ทุกบททั้งคนดีคนร้าย จำได้เลยว่ายุคนั้น (ยุค 90) ผมได้เจอหน้าเขาทุกปีครับ เห็นหน้ากันจนคุ้นไปข้างหนึ่งเลย และเขาก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังแม้แต่ครั้งเดียว – แต่ตอนนี้เขาไม่ได้มาโลดแล่นบนจออีก เพราะเขาเป็น Stroke (โรคหลอดเลือดสมอง) จนส่งผลให้เขาต้องนั่งรถเข็น ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ดังเคย แต่เขาก็ยังมีรับงานพากย์บ้างครับ… คิดถึงเขาจริงๆ นะ

Home Alone 2

ยังไม่หมดครับ ยังมี Dana Ivey กับ Rob Schneider 2 คนนี้คอหนังยุค 90 ก็คงคุ้นเหมือนกัน แต่ละคนก็แสดงบทฮาตามสไตล์ของตัวเอง รายแรกก็มาแบบฮาหน้าตาย (ซึ่งหลายท่านคงจำเธอได้จาก The Addams Family และบทแม่ชี “หวัดดีเจ๊า” ใน Rush Hour 3) ส่วนรายหลังก็ฮาหน้าเป็น ถือเป็นช่วงเริ่มต้นในวงการครับ ก่อนแกจะมาแจ้งเกิดแบบเป็นเรื่องเป็นราวในเวลาต่อมากับสารพัดหนังของ Adam Sandler

และอีกคนที่ผมชอบเป็นการส่วนตัวคือ Eddie Bracken ในบทคุณดันแคน เจ้าของร้านของเล่นใจดี ยอมรับเลยว่าเขาแสดงความอ่อนโยนและรักเด็กผ่านแววตาได้ดีมากจริงๆ

Home Alone 2

อย่างที่บอกครับว่าผมมองหนังภาคนี้ในแนวแฟนตาซี และตัวเควินเองก็โตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะการที่เขาต้องปะทะกับ 2 โจรนั้น จริงๆ เขาไม่ต้องทำก็ได้ครับ แต่เพราะความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเขาเลยออกโรงลุยกับ 2 โจรอีกสักตั้ง ทำให้เควินภาคนี้ออกแนวเป็นฮีโร่พิทักษ์คืนคริสต์มาสน่ะครับ ซึ่งในความรู้สึกผมแล้ว มันเป็นอะไรที่มีความหมายนะ มันทำให้เควินดูมีพัฒนาการ และที่สำคัญคือมันทำให้เกิดฉากมันส์ๆ ฮาๆ ตามมาในตอนไคลแม็กซ์อีกด้วย

พูดถึงตอนไคลแม็กซ์ที่เควินเล่นงาน 2 โจรในบ้านที่กำลังซ่อมนั้น Entertainment Weekly เคยมีการเชิญคุณหมอตัวจริงมานั่งวิเคราะห์นะครับ ว่าถ้าเป็นในเรื่องจริงแล้ว หากแฮร์รี่และมาร์ฟโดนกับดักแบบในหนังจริงๆ แล้วสภาพของพวกเขาจะเป็นเช่นไร

Home Alone 2

คุณหมอก็วิเคราะห์สรุปได้ว่า “อย่างเบาก็คือสมองบาดเจ็บ ถ้าอย่างหนักก็คือตายไปเลย” – ดังนั้นระหว่างดูฉากนี้กับเด็กๆ ก็อย่าลืมแนะนำและเตือนพวกเขาด้วยนะครับ ว่าอย่าเอาไปเล่นเลียนแบบ เดี๋ยวจะจบไม่สวย

เกร็ดจากหนังที่น่าสนใจก็มีดังนี้ครับ อย่างแรกเลยคือ Daniel Stern เคยออกมาบอกว่าฉากที่เขาโดนนกรุมนั้น มีนกบินเข้าปากเขาด้วยล่ะ (555) ส่วนบทหญิงที่เลี้ยงนกพิราบนั้นก็ได้แรงบันดาลใจมาจากตัวละคร “หญิงชราขายอาหารนก” ในหนัง Mary Poppins

Home Alone 2

ระหว่างการถ่ายทำ Catherine O’Hara รู้สึกว่าบทของเธอเท่าที่ถ่ายทำไปนั้น ยังแสดงถึงความห่วงลูกได้ไม่มากพอ เธอเลยขอถ่ายเพิ่มบางฉากครับ ซึ่งก็ถือเป็นความคิดที่ถูก เพราะดูแล้วรู้สึกว่าแม่คนนี้ห่วงใยเควินจริงๆ (ผมสงสารเธอในฉากที่เธอไปตามหารูปในนิวยอร์ค เดินถือรูปเร่ถามคนไปทั่ว น่าเห็นใจจริงๆ ครับฉากนี้)

และมีข่าวว่าจริงๆ แล้ว John Hughes ที่เขียนบทหนังทั้งภาคก่อนและภาคนี้ ได้มีการเริ่มเขียนบทสำหรับ Home Alone 3 เอาไว้แล้ว โดยจะเล่าเรื่องตอนที่เควินเป็นวัยรุ่น แต่สุดท้ายพอ Culkin ไม่กลับมาแสดงอีกในภาค 3 บทที่เขาเขียนไว้ก็ต้องเก็บขึ้นหิ้งไป

Home Alone 2

ภาคนี้อาจไม่ลงตัวเท่าภาคแรก แต่ในแง่ความสนุกก็ถือว่าได้อยู่ครับ และยังครบทั้งความบันเทิงและความอบอุ่นกินใจ ดนตรีเยี่ยมๆ ของ John Williams ยังคงทำหน้าที่ได้ดีมากๆ เช่นเดิม

หนังลงทุนเพิ่มจากภาคแรก จาก $18 ล้านมาเป็น $28 ล้าน ส่วนรายได้ที่โกยไปแม้จะไม่เท่าภาคแรกแต่ก็ถือว่ายังกระหน่ำครับ หนังทำเงินในอเมริกาไป $173 ล้าน หากรวมทั่วโลกก็ $358 ล้าน ยังถือว่าถล่มทลายอยู่ดี

Home Alone 2

ผมยังคงเพลินกับภาคนี้ครับ และจริงๆ ออกจะชอบในความสนุกสนานของมัน ชอบการแสดงขอทุกคน ชอบดนตรี ชอบโลเกชั่นที่หนังพาไป ชอบฉากในร้านของเล่นที่เควินคุยกับคุณดันแคน ชอบฉากที่แม่ตามหาเควินจนเจอ และฉากปิดท้ายที่มิตรภาพระหว่างเควินกับหญิงเลี้ยงนกพิราบได้ก่อตัวอย่างสวยงาม – ไม่ปฏิเสธนะครับว่าฉากเหล่านี้อาจถูกเซ็ตหรือถูกปรุงขึ้นมาอย่างจงใจ ตามที่บทเขียนมา หรือตามที่ผู้กำกับปรุงแต่ง แต่ก็ต้องยอมรับครับว่าฉากพวกนี้มันออกมาได้รสชาติจริงๆ – ภาคนี้ Chris Columbus กำกับเหมือนเดิมครับ และผลที่ได้ก็ถือว่าน่าพอใจด้วย