รีวิวซีรีส์ “Monarch: Legacy of Monsters” ซีรีส์ขยายจักรวาล MonsterVerse (ตอนที่ 1-2)

Monarch: Legacy of Monsters

ซีรีส์ ‘Monarch: Legacy of Monsters’ เป็นการประกาศสร้างซีรีส์ขยายจักรวาลสัตว์ประหลาดยักษ์ (MonsterVerse) จากความร่วมมือของ Legendary Entertainment และ Toho Studio ซึ่งสร้างความตื่นเต้นและความคาดหวังให้กับแฟนไคจูเป็นอย่างมาก หลังจากได้รับชมตอนที่ 1 – 2 ที่สตรีมมิงทาง Apple TV+ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมาแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง เรามีรีวิวมาฝากแล้ว

Monarch: Legacy of Monsters

เรื่องย่อ: หลังการต่อสู้ระหว่างก็อตซิลลาและเหล่าไททันในเมืองซานฟรานซิสโก โลกได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของสัตว์ประหลาดยักษ์จนเกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคมขึ้นหลายด้าน ‘Monarch: Legacy of Monsters’ จะเล่าเรื่องราวของ เคต ที่ออกเดินทางมาประเทศญี่ปุ่นเพื่อตามหาเบาะแสเกี่ยวกับพ่อของเธอที่หายตัวไป แต่ที่นี่เธอกลับได้พบความลับของพ่อทั้งในเรื่องครอบครัวและชีวิตการทำงาน จนทำให้รู้ว่าตัวเธอและครอบครัวนั้นเกี่ยวพันกับเหล่าสัตว์ประหลาดรวมถึงองค์กร Monarch มากกว่าที่คิด

‘Monarch: Legacy of Monsters’ ได้ คริส แบล็ก (Chris Black) จาก ‘Star Trek Enterprise’ ร่วมกับ แมตต์ แฟรกชัน (Matt Fraction) จาก ‘Hawkeye’ มารับหน้าที่อำนวยการสร้างร่วมกัน พร้อมความร่วมมือจาก ฮิโระ มัตสึโอกะ (Hiro Matsuoka) จาก Toho Studio นอกจากนี้ยังได้นักแสดงมากฝีมือสองพ่อลูกอย่าง เคิร์ต รัสเซลล์ (Kurt Russell) และ ไวแอ็ตต์ รัสเซลล์ (Wyatt Russell) มารับบท ลี ชอว์ ตัวละครเดียวกันแต่คนละช่วงวัย

Monarch: Legacy of Monsters

ร่วมด้วย แอนนา ซาวาย (Anna Sawai) รับบท เคต แรนดา, เคียร์ซีย์ คลีมอนส์ (Kiersey Clemons) รับบท เมย์, เรน วาตานาเบะ (Ren Watabe) รับบท เคนทาโร่ แรนดา, แอนเดอร์ส โฮล์ม (Anders Holm) รับบท บิล แรนดา และ เคียวโกะ คุโดะ (Qyoko Kudo) รับบท เอมิโกะ แรนดา

‘Monarch: Legacy of Monsters’ เลือกดำเนินเรื่องด้วยการเล่าแบบสลับช่วงเวลาใน 3 ยุค ซึ่งทำออกมาได้ดีและมีความกลมกลืน ไม่ทำให้เราสับสน เนื่องจากซีรีส์เลือกโฟกัสไปที่กลุ่มตัวละครหลักเพียงไม่กี่ตัว ทำให้เราได้รู้จักกับพวกเขาทีละนิดไปพร้อมกับเรื่องราวในอดีตที่ค่อย ๆ เปิดเผยออกมาทั้งในส่วนของความสัมพันธ์ของตัวละคร การเดินทางตามหาเบาะแสของเหล่าไททัน รวมถึงเหตุการณ์ที่พวกเขาได้เผชิญในช่วงเวลานั้น

Monarch: Legacy of Monsters

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือซีรีส์เลือกเล่าผ่านมุมมองของมนุษย์ ทำให้เราได้เห็นความยิ่งใหญ่ น่ากลัว ของเหล่าสัตว์ประหลาดยักษ์ในแบบที่สมจริง มุมกล้องในฉากเดียวกันกับภาพยนตร์แต่ซีรีส์เลือกเล่าคนละมุมมองก็ทำให้อารมณ์เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ถือว่าทำออกมาได้น่าสนใจเลยทีเดียว

สิ่งที่ ‘Monarch: Legacy of Monsters’ นำเสนอออกมาอย่างเรียบง่ายแต่ทำให้เราเข้าใจโลกหลังเหตุการณ์ G-Day (เหตุการณ์ที่โลกรับรู้การมีอยู่ของก็อตซิลลาและเหล่าไททัน) อีกอย่างก็คือ การแทรกสัญลักษณ์ต่าง ๆ เข้าไปในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางอพยพฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุการณ์ไททันโจมตี การซ้อมหนีภัย การสร้างระบบความปลอดภัยโดยรัฐบาล ไปจนถึงกลุ่มคนที่สร้างงานสร้างอาชีพจากการเตรียมรับมือกับเหล่าไททัน

Monarch: Legacy of Monsters

นอกจากนี้ซีรีส์ยังเล่ามุมมองที่ในภาพยนตร์อาจไม่ได้เน้นมากนักอย่างอาการ PTSD ของคนที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายหลังเผชิญกับเรื่องราวสยองขวัญในวันที่เหล่าไททันบุกโจมตี ผ่านตัวละครเคตซึ่งเธออยู่ที่ซานฟรานซิสโกในวันที่ก็อตซิลลาปรากฎตัว รายละเอียดตรงนี้อาจเป็นจุดเล็ก ๆ แต่ถือว่างานละเอียดและทำให้เรารู้สึกว่าซีรีส์เล่าเรื่องได้สมจริง ทำให้ตัวละครดูมีมิติ และทำให้จักรวาล MonsterVerse ดูเป็นจริงและจับต้องได้ยิ่งกว่าเดิม

ในส่วนของการปรากฎตัวของไทนทันแต่ละตัว ใน 2 ตอนแรกเราไม่ได้เห็นการปรากฎตัวแบบโฉ่งฉ่าง หรือเยอะเกินจำเป็นเลยแม้แต่น้อย เหมือนเหล่าไททันเองก็มี “คิว” ของแต่ละตัว พวกมันปรากฎตัวออกมาได้อย่างเหมาะสมกับการเล่าเรื่องแต่ละช่วง และฉากที่ปรากฎตัวออกมาก็ทำออกมาได้ดี น่าตื่นเต้น ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป เชื่อว่าในตอนต่อ ๆ ไป พวกเราคงได้เห็นไททันหลากหลายมากขึ้นผ่านการเดินทางของกลุ่มตัวละครหลัก

Monarch: Legacy of Monsters

อีกเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือเรื่องของกราฟิกและโปรดักชันที่ขอบอกเลยว่าทำออกมาไม่ผิดหวัง เพราะรายละเอียดของเหล่าไททัน สภาพแวดล้อม เมือง และสถานที่ต่าง ๆ สวยงามเนียนตาไม่แพ้ภาพยนตร์ มีแม้แต่การต่อสู้กันของไททันและการปรากฎตัวในช่วงกลางวันให้เราได้เห็นด้วย ใครกังวลเรื่องกราฟิกขอบอกว่าสบายใจได้เลย

สรุป

ซีรีส์ ‘Monarch: Legacy of Monsters’ ถือว่าน่าจับตามองเลยทีเดียวเพราะเปิดเรื่องมาได้น่าสนใจ ชวนติดตาม และชวนให้เราอยากร่วมเดินทางเพื่อไขปริศนาไปพร้อมกับเหล่าตัวละคร ที่สำคัญงานโปรดักชันยังคุณภาพสูง ใครเป็นแฟน MonsterVerse ต้องไม่พลาด ส่วนใครที่สงสัยว่าไม่เคยดูภาพยนตร์ในจักรวาลสัตว์ประหลาดยักษ์มาก่อนแล้วจะดูรู้เรื่องไหม จริง ๆ หากได้ดูภาพยนตร์ ‘Godzilla (2014)’ มาก่อนก็จะช่วยให้ซึมซับเรื่องราวในซีรีส์ได้อินมากขึ้น เพราะเรื่องราวเล่าต่อจากภาพยนตร์โดยตรง