รีวิว Onimusha (โอนิมูฉะ) อนิเมะแนวซารูไรดัดแปลงจากเกมชื่อดัง

Onimusha

รีวิว Onimusha (โอนิมูฉะ) อนิเมะแนวซารูไรดัดแปลงจากเกมชื่อดัง ภาพสวยสนุกดูเพลิน [มีพากย์ไทย] ดูได้ทาง Netflix บทความรีวิวนี้ ถูกเขียนขึ้นมาจากความรู้สึกส่วนตัวของผม หากผิดพลาดประการใด หรือไม่ถูกใจใครต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ แต่ก่อนจะมาเริ่มการรีวิวเรามาดูเรื่องย่อกันก่อนดีกว่า

Onimusha

เรื่องย่อ

เรื่องนี้เป็นผลงานอนิเมะออริจินัลเรื่องล่าสุดจาก Netflix ที่ดัดแปลงมาจากเกม Onimushi ซึ่งจะพาเราไปติดตามเรื่องราวการเดินทางของ มิยาโมโตะ มุซาชิ ยอดซามูไรที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นคนที่มีฝีมือดาบเก่งที่สุดในโลก ในขณะที่อิเอมงวางแผนร้ายที่จะสร้างกองทัพปีศาจขึ้มาเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก มุซาชิผู้ใฝ่ดีจึงต้องเดินทางไปเพื่อหยุดยั้งแผนการนี้ ทว่าด้วยพละกำลังของมนุษย์นั้นไม่เพียงพอที่จะต่อกรได้ เขาจึงได้ไปยืมเกราะแขนอสูรมาจากวัดแห่งหนึ่ง โดยมีเงื่อนไขคือเขาต้องนำเกราะแขนนี้มาคืนภายใน 33 วัน และจะมีหลวงพี่คนหนึ่งร่วมเดินทางไปด้วยเพื่อนำเกราะแขนกลับมา โดยท้ายที่สุดแล้วการเดินทางในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร มุซาชิจะสามารถจัดการอิเอมงได้หรือไม่ ทุกคนต้องไปรับชมด้วยตาตัวเอง Onimusha (โอนิมูฉะ) มีทั้งหมด 8 ตอน สามารถรับชมได้พร้อมพากย์ไทยทาง Netflix

Onimusha

รีวิว

สำหรับอนิเมะเรื่องนี้ ส่วนตัวผมได้รู้จักครั้งแรกคือตอนที่ปล่อยตัวอย่างออกมา และได้รู้ว่ามันดัดแปลงมาจากเกมยอดฮิตซึ่งผมเองก็ไม่เคยเล่นเกมนี้มาก่อน แต่พอได้ดูตัวอย่า่งแล้วเห็นงานภาพกับโทนเรื่องก็เลยแอบตั้งตารอนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย พอได้ดูจริงๆ ก็รู้สึกว่ามันเป็นอนิเมะที่ดีงามใช้ได้ อาจไม่ได้สนุกมากๆ จนอยากจะบอกต่อ แต่มันก็พอดูได้เพลินๆ บทเขียนมาค่อนข้างเรียบง่าย เล่าเรื่องการเดินทางของเหล่าซามูไรที่ระหว่างทางต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย ทั้งการหักหลัง กองทัพปีศาจ ไปจนถึงการพบเด็กสาวใจกล้าที่รอดชีวิตจากการสังหารหมู่ ซึ่งสุดท้ายเด็กคนนี้ก็ร่วมเดินทางไปด้วยเพราะอยากจะล้างแค้นให้กับคนในหมู่บ้าน การดำเนินเรื่องถือว่าดีใช้ได้ เดินเรื่องเร็วกระชับไม่ยืดเยื้อ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นหรือดึงดูดผู้ชมเอาไว้ได้มากนัก ส่วนตัวผมก็ใช้เวลาดูหลายวันเหมือนกัน คือดูวันละตอน 2 ตอน เพราะมันค่อนข้างเรื่อยๆ และไม่ได้แปลกใหม่อะไรมากมาย

Onimusha

แม้ว่าตัวบทจะไม่ได้ดีงามจนไร้ที่ติ แต่อนิเมะเรื่องนี้ก็มีอีกหลายส่วนที่เป็นจุดแข็งและดึงผมให้ดูจนจบได้ นั่นคือโทนเรื่องที่ไม่ได้มาตามสไตล์อนิเมะของญี่ปุ่นทั่วไป เพราะเรื่องนี้มันมาในโทนจริงจัง ไม่ค่อยมีฉากตลกอะไรให้เราได้ขำมากนัก ออกจะเป็นการ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ เพราะฉากสู้กันคือฟันกันเลือดสาดตัดแขนตัดขาไปจนถึงตัดหัวกันเลย คือถ้าใครชอบแนวดิบๆ เถื่อนๆ หน่อยก็น่าจะชอบเรื่องนี้ อีกอย่างที่ทำได้ดีมากๆ คือตัวละครเอกของเรื่องอย่าง มิยาโมโตะ มุซาชิ เขาสร้างตัวละครนี้ออกมาได้ดีมาก มันทั้งเท่ทั้งมีเสน่ห์ คือที่ผมดูได้จนจบก็เพราะชอบตัวละครตัวนี้นั่นแหละ ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบช่วงแรกๆ เท่าไหร่ เพราะมันค่อนข้างช้าและแอบน่าเบื่อเล็กน้อย แต่พอช่วงครึ่งหลังที่ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง มันก็สนุกมากกว่าเดิมมากๆ

Onimusha

อีกอย่างที่ผมชอบคือการที่เขาปูทางกับคนดูมาตั้งแต่ต้นว่าอิเอมงคือวายร้ายคนสำคัญ แต่ไม่ให้เราได้เห็นว่าเขาเป็นใครหน้าตาแบบไหน ให้เราได้จินตนาการไปก่อนว่ามันต้องเก่งและโหดมากแน่ๆ ทว่าพอเอาเข้าจริงอิเอมงนี่กลับไม่ได้มีอะไรพิเศษขนาดนั้นเลย มีแค่ความฝันและความบ้าเท่านั้น ปะทะคารมกับพระเอกตั้งนาน สุดท้ายโดนตัดแขนตัดขาอย่างง่าย หลังจากนั้นก็โดนหลอกไปฆ่าอีก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังชอบนะที่มันเป็นแบบนี้ และที่ไม่ชมไม่ได้เลยคือเรื่องงานภาพ งานภาพทำออกมาได้สวยมาก ชอบที่ใช้ภาพแบบ 3 มิติเข้ามาช่วยให้มันดูสมจริงมากขึ้น ลายเส้นของตัวละครดีงามมาก

Onimusha

ฉากต่อสู้ก็ทำออกมาได้ดีมากเช่นกัน โดยเฉพาะการดวลกันครั้งสุดท้ายระหว่างมุซาชิกับโคจิโร่ที่ทำออกมาได้โคตรดี แถมเป้าหมายในการสู้กันก็เจ๋ง คือการดวลกันเพียงเพื่อหาผู้ชนะ หาว่าใครกันแน่ที่เป็นอันดับ 1 มันไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น แถมยังจบแบบค้างคาด้วยการไม่เฉลยว่าใครชนะ พร้อมทั้งทิ้งปลายเปิดให้เราคิดกันต่อว่ามุซาชิรอดหรือเปล่า ซึ่งหากในอนาคตมีซีซัน 2 ตามออกมาเราก็คงจะได้รู้กันว่าสรุปแล้วการดวลครั้งนี้มันจบยังไง สรุปโดยรวมก็คืออนิเมะเรื่องนี้ถือเป็นอีกเรื่องที่สนุกดูเพลิน บทโอเค งานภาพดีงามไร้ที่ติ คือไปดูแค่งานภาพก็คุ้มมากๆ แล้ว ใครที่ลังเลอยู่แนะนำว่าให้ลองไปดูกันครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน