รีวิวซีรีส์ “Pokémon Concierge” แอนิเมชันสต็อปโมชันสุดน่ารัก พร้อมส่งพลังบวกแบบจัดเต็ม!

Pokémon Concierge

โปเกมอน (Pokémon) คือหนึ่งในป็อบคัลเจอร์ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ในประเทศไทยเองก็รู้จักและคุ้นเคยกับเหล่าโปเกมอนมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นมังงะ อนิเมะ เกม ไปจนถึงการ์ดเกม เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยเมื่อมีข่าวว่า Netflix จะสร้างแอนิเมชันสต็อปโมชั่น ‘Pokémon Concierge – โปเกมอน คอนเซียร์จ’ หลายคนจึงตั้งตารอ และในที่สุดเราก็ได้รับชมกันแล้วเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2023

Pokémon Concierge

เรื่องย่อ: ฮารุ หญิงสาวธรรมดาที่เพิ่งพบเจอกับเรื่องราวเลวร้ายในชีวิตติดต่อกันราวกับถูกกลั่นแกล้ง ทั้งถูกแฟนที่คบกันมากว่า 6 ปีบอกเลิกด้วยอีเมลฉบับเดียว การงานที่เหนื่อยหนัก และชีวิตในวันหยุดที่ไม่สุขสงบ เธอตัดสินใจทิ้งทุกอย่างมาทำงานที่โปเกมอนรีสอร์ต ซึ่งที่นี่เธอได้เริ่มค้นหาตัวเอง ไปพร้อม ๆ กับเหล่าโปเกมอนมากหน้าหลายตา รวมถึงเจ้า โคดัก ที่กลายมาเป็นคู่หูของเธอด้วย

‘Pokémon Concierge’ หรือ ‘โปเกมอน คอนเซียร์จ’ เป็นแอนิเมชันรูปแบบสต็อปโมชันความยาว 4 ตอน ผลงานคุณภาพคับแก้วผลิตโดย Dwarf studios ภายใต้การกำกับของ โองาวะ อิคุ (Ogawa Iku) เจ้าของผลงานการกำกับแอนิเมชันสต็อปโมชันหลายเรื่องรวมถึง ‘Rilakkuma to Kaoru-san’ ที่สตรีมมิงทาง Netflix เมื่อปี 2019 ส่วนการเขียนบทได้ ฮารุมิ โดคิ (Harumi Doki) มารับหน้าที่สร้างสรรค์ผลงานจนกลายเป็นแอนิเมชันสุดน่ารัก ที่พร้อมส่งพลังบวกต้อนรับปีใหม่แบบจัดเต็ม ส่วนเพลงประกอบคือเพลง “Have a Good Time Here” หรือ “Kimi no Ibasho” โดย มาริยะ ทาเคอุจิ (Mariya Takeuchi)

Pokémon Concierge

‘Pokémon Concierge’ เล่าเรื่องราวของ ฮารุ หญิงสาวที่เพิ่งพบเจอเรื่องเลวร้ายในชีวิต เธอจึงตัดสินใจมาทำงานที่โปเกมอนรีสอร์ตซึ่งเป็นรีสอร์ตที่สร้างขึ้นเพื่อให้เหล่าโปเกมอน (และเทรนเนอร์) ได้มาพักผ่อนอย่างมีความสุขและสนุกสนาน เธอเริ่มงานวันแรกด้วยการทดลองใช้ชีวิตเป็นแขกผู้มาเข้าพัก 1 วันเต็ม ทำให้ฮารุได้พบความผ่อนคลายและความสุขของการได้พักผ่อนอย่างแท้จริง

แต่ถึงที่โปเกมอนรีสอร์ตจะดูอิสระ สนุก และชิลล์ขนาดไหน ในช่วงแรกฮารุก็ยังคงมีความกังวลอยู่เต็มเปี่ยม เธอไม่รู้ว่าต้องทำอะไรจึงจะถูกต้อง ต้องพูดอย่างไรจึงจะเป็นคำตอบที่ถูกใจหัวหน้า ยิ่งเทียบตัวเองกับพนักงานคนอื่นที่ทำงานได้ราบรื่นก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งและไม่มีเรื่องที่ถนัดเอาซะเลย ซึ่งตรงจุดนี้ไม่ว่าจะคนวัยเรียนหรือวัยทำงานดูแล้วคงอินได้ไม่ยาก เพราะเป็นประสบการณ์ที่เชื่อว่าใครหลายคนคงได้พบเจอมาบ้างในชีวิต

Pokémon Concierge

ซึ่งเนื้อเรื่องทั้ง 4 ตอนของ ‘Pokémon Concierge’ จะทำให้เราได้เห็นว่าฮารุค่อย ๆ เติบโตขึ้น เธอค่อย ๆ ปรับทัศนคติในการทำงาน การใช้ชีวิต รวมถึงมุมมองที่มีต่อโปเกมอนไปทีละเล็กละน้อย และนอกจากนี้ตัวเธอในฐานะคอนเซียร์จหรือผู้ดูแลโปเกมอนเองก็มีพัฒนาการขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย ซึ่งต้องบอกว่าผู้ชมอย่างเราเองสามารถรับพลังบวกและแง่คิดดี ๆ ไปพร้อมกับตัวฮารุได้เช่นกัน

ถึงจะมีความยาวแค่ 4 ตอน แต่ละตอนยาวประมาณ 15 – 20 นาที แต่เรื่องราวแบบจบในตอนของ ‘Pokémon Concierge’ ก็มีเสน่ห์และมีสิ่งที่ต้องการสื่อสารกับผู้ชมอย่างชัดเจน รวมถึงขมวดปมมาสู่ตอนท้ายเรื่องได้อย่างงดงามน่าประทับใจ เป็นการดูแอนิเมชันที่เต็มอิ่ม ใจฟู และมีความสุขตลอดเวลาจริง ๆ

Pokémon Concierge

ในส่วนของงานภาพก็ถือเป็นจุดเด่นอีกหนึ่งอย่างของ ‘Pokémon Concierge’ เพราะไม่ว่าจะเป็นสีสันที่สดใสสมกับเรื่องราวที่นำเสนอ ความละเอียดของเทคนิคสต็อปโมชัน โมเดลตัวละครทั้งคนและโปเกมอนต่างทำออกมาได้ดี น่ารักจนใจละลาย โดยเฉพาะเจ้าโคดักที่เป็นตัวเอกของเรื่องนี้ต้องบอกว่าน้องน่ารักมาก ๆ จนใจเจ็บเลยล่ะ

สำหรับเสียงพากย์นั้นเสียงญี่ปุ่นคงไม่ต้องพูดถึงเพราะทำได้ดีตามมาตรฐานอยู่แล้ว แต่ที่น่าสนใจคือเสียงพากย์ฉบับภาษาอังกฤษและภาษาไทยก็ดีงามไม่แพ้กัน ซึ่งใครชอบดูพากย์ไทยบอกเลยว่างานพากย์เรื่องนี้ไม่ผิดหวังแน่นอน

Pokémon Concierge

อย่างไรก็ตามบทที่ดูเป็นเส้นตรง เล่าง่าย ๆ อาจจะไม่ถูกใจคนที่ชอบอะไรเข้มข้นซับซ้อน นอกจากนี้ด้วยจำนวนตอนที่น้อยไปนิด ก็ทำให้รู้สึกว่าออกแบบโปเกมอนรีสอร์ตออกมาได้น่าสนใจแต่ยังใช้ไม่คุ้ม ถ้าได้เห็นวิถีชีวิตหรือเรื่องราวของเหล่าโปเกมอนที่นี่มากกว่านี้อีกนิดก็คงดี

สรุป

‘Pokémon Concierge’ เป็นแอนิเมชันรูปแบบสต็อปโมชันที่ดูเพลินตาเพราะงานภาพที่สวยงาม คาแรกเตอร์โปเกมอนสุดน่ารัก ใครเป็นแฟนโปเกมอนบอกเลยว่ากรี๊ดไม่ไหว ส่วนใครที่ไม่ใช่แฟนโปเกมอนก็สามารถดูได้เพลิน ๆ จนจบแบบไม่รู้ตัวเพราะความยาวเพียงแค่ 4 ตอน ทุกตอนเต็มไปด้วยพลังบวก ทำให้ใจฟู และให้แง่คิดดี ๆ ย่อยง่าย เหมาะสำหรับหยิบมาดูในช่วงวันหยุดสบาย ๆ ส่งท้ายปีเป็นอย่างยิ่ง