Rebound

จากเทคนิคเกมกีฬา สู่ข้อคิดชีวิต

อย่าให้การ ‘พลาด’ ที่เกิดขึ้นแล้วหยุดจบแค่ตรงนั้น

ถ้าเราทำ ‘รีบาวด์’ ได้ ก็ฉวยให้โอกาสกลับมาอยู่ในมือเราใหม่ได้อีกครั้ง

Rebound

Rebound เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงของ โค้ชคังยังฮยอน ที่พาทีมผู้เล่นของโรงเรียนมัธยมปลายจุงอัง ปูซาน เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของการแข่งขันบาสเก็ตบอลระดับชาติปี 2012 ด้วยรายชื่อผู้เล่นเพียงแค่ 6 คน แต่บางครั้งสถานการณ์ก็บังคับให้เหลืองลงสนามจริงแค่ 3 คน!

เส้นทางความเป็นมา ทีมเวิร์ค กำลังใจ และความสำเร็จของพวกเขา ได้แรงบันดาลใจมาจากคำว่า ‘รีบาวด์ (Rebound)’ ซึ่งศัพท์ในทางเบสเก็ตบอลหมายถึง การช่วงชิงลูกบาสหลังจากที่โยนไม่ลงห่วง เป็นโอกาสในการบุกทำแต้มของทีมที่แย่งได้ และการรีบาวด์นี้ก็เปรียบเสมือนโอกาสในชีวิต แม้จะต้องล้มลุกคลุกคลาน แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ การเริ่มต้นลงมือกับโอกาสใหม่ก็อาจนำพามาซึ่งสิ่งดี ๆ ในชีวิตก็เป็นได้

 

เช่นเดียวกันกับตัวละครในหนังเรื่องนี้ แม้ว่าในรอบสุดท้ายพวกเขาจะพ่ายแพ้เกม แต่พวกเขาก็ได้ชัยชนะจากใจผู้ชมที่ลุกขึ้นปรบมือให้อย่างเกรียวกราว เรื่องราวของพวกเขาได้รับความสนใจจากสื่ออย่างกว้างขวาง และเส้นทางชีวิตต่อจากนั้นของพวกเขาก็ได้เข้าสู่บทใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสที่พลิกได้มาจากการ ‘รีบาวด์’ นั่นเอง

Rebound

ผลงานดี ๆ ให้คุณค่าและกำลังใจนี้ เกิดขึ้นได้ด้วยความทุ่มเทของ 2 สามีภรรยาแห่งวงการ ผู้กำกับจางฮังจุน เจ้าของผลงาน Forgotten (2017) และนักเขียนมือรางวัล คิมอึนฮี ผู้ประพันธ์ผลงานซีรีส์ Revenant (2023), Jirisan (2021), Kingdom (2019-2020), Kingdom : Ashin of the North (2021) และ Signal (2016) ร่วมกับนักเขียนอีกท่าน สร้างสรรค์หนังเรื่องนี้ขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนด้านทุนบางส่วนจากคณะกรรมาธิการภาพยนตร์ปูซาน และการสนับสนุนจากลีกบาสเก็ตบอลเกาหลี ในเรื่องบุคลากรและการให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อให้รายละเอียดงานมีความสมจริงน่าเชื่อถือ (มิน่าล่ะ ดูแล้วอินมากเลย) ส่วนทีมนักแสดงหลักทั้งชุด ก็บากบั่นในการเรียนรู้ฝึกซ้อมบาสเก็ตบอลอย่างเต็มที่ ภาพรวมออกมาจึงเป็นหนังที่น่าดูน่าสนใจมากเรื่องหนึ่งเลยค่ะ

 

เรื่องราวเริ่มต้นที่โรงเรียนมัธยมปลายจุงอันปูซาน ซึ่งอดีตเคยรุ่งเรืองด้วยมีทีมบาสเก็ตบอลที่เก่งสร้างชื่อ แต่มาถึงตอนนี้กลับซบเซาไปหมด ทั้งนักกีฬาร่อยหรอ โค้ชหนีหายคนแล้วคนเล่า จนผู้บริหารอยากยุบทีมทิ้งไป แต่ติดที่ว่าจะกระทบภาพลักษณ์ของโรงเรียนและสั่นคลอนความภาคภูมิใจของชาวศิษย์เก่า

Rebound

ทางออกจึงมาลงตัวที่การหาโค้ชถูก ๆ ที่พอจะมีภาพลักษณ์มาลงรักษาชื่อไว้ โดยไม่ต้องมีการส่งแข่งให้แพ้อับอาย และโค้ชผู้นั้นก็คือ นักสังคมสงเคราะห์วัย 25 ปี คังยังฮยอน (รับบทโดย อันแจฮง) ศิษย์เก่าซึ่งเคยเป็นผู้เล่นทรงคุณค่าของทีมบาสสร้างชื่อในอดีตของโรงเรียน

ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง โค้ชคังได้ศึกษาทีมบาสอย่างแข็งขัน และพบว่าเหลือนักเรียนเพียงน้อยนิดในทีม และนักเรียนส่วนนั้นก็เล่นบาสไม่เป็นด้วย เขาจึงเริ่มออกตระเวนจีบเด็กเล่นบาสที่มีแวว ทั้งจากทีมโรงเรียนต่าง ๆ รวมถึงการเป็นแมวมองข้างสนามข้างถนนด้วย ซึ่งก็ลำบากลำบนอยู่ประมาณหนึ่ง ก็ใครจะสนใจเข้าร่วมทีมต๊อกต๋อยล่ะ แต่แล้วในท้ายที่สุด หักลบคนออกเติมคนเข้าใหม่ ไป ๆ มา ๆ ก็ได้ประกอบร่างทีมใหม่ขึ้นมารวมเป็นจำนวน 6 คนสำเร็จ

Rebound

ฮันจุนยอง (รับบทโดย อีแดฮี) ผู้เล่นดาวเด่น หุ่นสูงโย่ง ผู้มีทีมโรงเรียนในโซลเล็งไว้เช่นกัน แน่นอนว่าพ่อแม่ของเขาก็สนับสนุนโซลมากกว่าปูซาน การได้เขามาร่วมทีมกลายเป็นหนึ่งในอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้โค้ชคัง ‘พลาด’ อย่างไม่คาดคิด ทำทีมพังไม่เป็นท่าในการแข่งขันนัดแรก แต่ก็เป็นจุดเริ่มของการพลิกโอกาสที่นำให้โค้ชคังหวนนึกถึงเรื่อง ‘รีบาวด์’ ได้

ชอนกีบอม (รับบทโดย อีชินยอง) เด็กม.ปลายที่มีฝีมือ แต่มีช่วงสะดุดและผลงานไม่พัฒนา เขายังรอความหวังว่าโรงเรียนดัง ๆ ในโซลจะเรียกตัว ก็เลยผยองเมินโค้ชคังในตอนแรก แต่พอโค้ชไปได้ตัวจุนยองมา ก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นในการเข้าร่วมทีมนี้

แบกยูฮยอก (รับบทโดย จองจินอุง) นักบาสผู้เก่งกาญที่ชีวิตสะดุดเมื่อบาดเจ็บที่ข้อเท้า ด้วยครอบครัวยากจน เขาจึงไม่มีเงินรักษา ทำได้เพียงใช้การพนันบาสเพื่อหาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปวัน ๆ อย่างประชดประชันชีวิต เขาเป็นคู่กัดไม่ลงรอยกับ ชอนกีบอม มาก่อน ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญที่ทำทีมเวิร์คง่อนแง่นในตอนแรก

Rebound

ฮงซุนกยู (รับบทโดย คิมแท็ก) เป็นเด็กเล่นบอลที่เล่นบาสไม่เป็นหรอก แต่ความสูงที่โดดเด่นและหน่วยก้านที่โดนใจโค้ชคัง ซุนกยูผู้ซื่อใสเลยถูกหว่านล้อมชวนมาเข้าทีมเป็นเซ็นเตอร์ดาวเด่นของทีม

จองคังโฮ (รับบทโดย จองกอนจู) ระหว่างเล่นบาสอยู่กับเพื่อนอย่างสนุก เขาก็เข้าตาโค้ชคังและโดนชวนมาเข้าทีม แน่นอนว่าเขาก็ตอบตกลงทันทีอย่างดีใจ เป็นคนที่เข้าทีมไล่ ๆ กับฮงซุนกยู จึงเข้าขากันได้ดี

Rebound

ฮอแจยุน (รับบทโดย คิมมิน) เด็กมาใหม่ ประสบการณ์ซิง ๆ มาก พกพาใจรักบาสเก็ตบอลมาเต็มร้อย หวังเรียนรู้และเติบโตที่นี่ แต่ยามที่ไม่มีตัวจริง ต้องลงแข่งกระทันหัน ก็ทำให้เขากลายเป็นจุดอ่อนของทีม ตราบจนเมื่อเขาฝึกซ้อมอย่างหนักกว่าใคร ๆ จนกลายเป็นมือชู้ตไกลผู้แม่นยำอย่างที่คู่ต่อสู้เหวอไม่ทันคาดคิด

จองจินอุค (รับบทโดย อันจีโฮ) น้องใหม่มักเน่ตัวเล็ก ๆ พลังบวกล้น ๆ เขามาจากโรงเรียนมัธยมต้นดองอา เขาฝึกฝนตัวเองโดยมี ไมเคิล จอร์แดน เป็น Role Model จินอุคที่แหละที่เป็นเล็กพริกขี้หนูโดยแท้ ชู้ตแม่นเป๊ะรัว ๆ แต่ก็มีเหตุจนเกิดอีกหนึ่งอุปสรรคให้โค้ชคังต้องพาทีมฮึดสู้ต่อไปอย่างเข้มแข็ง

Rebound

จริง ๆ แล้ว เรื่องราวก็เป็นไปตามสูตรของหนังกีฬาปกติแหละ โค้ชและทีมต้องเจอนานาอุปสรรคให้ค่อย ๆ ฟันฝ่า ตั้งแต่ Day 1 ยันวันแข่ง ยิ่งเข้าใกล้จุดสูงสุด ก็ยิ่งยากลำบาก ซึ่งเรื่องนี้หยิบจับปัญหามาสารพัดสารพัน ตั้งแต่ความคิดติดลบของชนชั้นเป็นทุน โค้ชไม่เก๋าโนเนม นักกีฬาปลายแถวหรือถึงขั้นซิง ๆ ไร้ฝีมือ ทีมเวิร์คง่อนแง่น เรียกได้ว่าความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรกเลย

กว่าจะเริ่มเข้าที่เข้าทางได้ ก็หลังจากโค้ชได้สติทำรีบาวด์ สำนึกได้ว่าการเล่นบาสคือการทำสิ่งที่ใจรัก ทำด้วยความสนุกกับมัน ทีมพวกเขาจึงได้เข้ามาอยู่ในเกมแห่งความหวังกันบ้าง

Rebound

แต่แล้วปัญหาจากการไม่มีผู้เล่นตัวสำรองในทีมก็เกิดขึ้น เมื่อมีผู้เล่นคนสำคัญบาดเจ็บ แม้จะมีครบ 5 แต่ก็เหมือนเท่ากับ 4 อยู่ดีเพราะน้องใหม่มีฝีมือห่างชั้นมากในเกม เรียกว่าเป็นทีมที่เจ็บไม่ได้พักเพราะพักไม่ได้ ใจต้องสู้เกินร้อยจริง ๆ ยิ่งเข้าลึกถึงเกมชิงชนะเลิศ ก็ยิ่งหนักหน่วงขึ้น เมื่อผู้เล่นทำฟาวล์ไปฟาวล์มาจนเหลือแค่ 3 คน! การสู้ต่อจึงต้องใช้สปิริตแรงกล้า ได้ใจคนดูมากเลย

หนังถ่ายทอดเรื่องราวได้สนุกสนาน น่าติดตาม ชวนอินชวนเชียร์ แบบว่าบางซีนก็ขนลุกตื้นตันปลื้มปริ่มไปด้วยเลย หนังให้แอร์ไทม์กับแมทช์แข่งขันค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่ประมาณครึ่งเรื่องหลังมายาว ๆ เลย ซึ่งถ่ายทอดได้สนุกมันส์มากเหมือนนั่งเชียร์อยู่ริงไซด์สด ๆ ตรงนั้นด้วยเลย

Rebound

กิมมิคท้ายเรื่องที่แมทช์ภาพจริงของนักกีฬาตัวจริงกับฉากในเรื่อง ทำได้น่าสนใจ ได้ฟิลความใส่ใจให้สมกับกับเป็นเรื่องจริง และข้อเท็จจริงของบทสรุปเส้นทางชีวิตแต่ละคนที่ทำให้หัวใจผู้ชมพองโตตาม จบเรื่องได้อย่างมีความสุขไปกับเพลงเพราะ ๆ ที่เลือกมาเลย์ได้อารมณ์ลงตัวดี

ในองค์ประกอบอื่น ๆ ของหนัง เช่นนักแสดง แคสต์มาได้เข้ากับตัวจริงดี แม้ว่านักแสดงหลายคนอาจดูล้ำวัยไปหน่อย แต่พออินไปกับฝีมือการแสดงแล้วก็พอจะมองข้ามจุดนั้นไปได้บ้าง อันแจฮง ได้ลุคโดยรวมคล้าย โค้ชคัง ตัวจริงทีเดียว และลีลาขำขันของเขาน่ารักเข้ากับมุกเสมอ ได้สีสันคลายเครียดดี เป็นนักแสดงที่ผู้เขียนชอบเป็นทุนอยู่แล้วก็เลยเอ็นดูพิเศษ อันจีโฮ ก็เป็นอีกคนที่ขโมยซีนฮาได้น่าดูสุด ๆ และทีมคุณครูของโรงเรียนก็ยังมาช่วยเสริมอีกแรงด้วย

Rebound

 

สรุปข้อคิดอย่างสั้นๆ ก็คือ ‘เฟลได้แต่ไม่ฟุบ’ คนเราต้องไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ต้องเดินหน้ากับสิ่งที่ตัวเองรักอย่างมีความสุขกับมัน และอย่ากลัว เหมือนทีมจุงอังทุกคนที่แม้เกมจะจบ (แพ้หรือชนะก็ตาม) แต่ชีวิตยังต้องเดิน

เกร็ดเสริม ‘รีบาวด์’ : Rebound เป็นศัพท์เฉพาะของกีฬาบาสเก็ตบอล ซึ่งหมายถึงการแย่งบอลหลังจากบอลที่ยิงไปแล้วไม่ลงห่วง ถ้าฝ่ายบุก (คือฝ่ายที่ยิง) แย่งได้ก็จะได้บุกต่อ เท่ากับจะยังมีโอกาสทำแต้มอยู่ แต่ถ้าฝ่ายรับแย่งลูกได้ ก็จะได้เปลี่ยนเป็นฝ่ายบุกแทน ดังนั้นทีมที่มีการรีบาวด์ดีกว่า ก็จะมีโอกาสครองบอลและทำคะแนนมากกว่าอีกฝ่าย พูดง่าย ๆ คือมันเป็นโอกาสการเปลี่ยนมือระหว่างการรุกและการรับ

Rebound

สำหรับการตีความในเรื่องของโค้ชคังว่า เขายังคว้าโอกาสใหม่เหมือนกำลังทำรีบาวด์ เพราะเป็นเขาเคยเป็นผู้เล่นที่ล้มเหลว และมาเป็นโค้ชที่ยังไม่รู้ว่าจะพาทีมชนะอย่างไร เอาแต่ตะบี้ตะบันเคี่ยวเข็ญเด็ก ๆ เพราะกลัวตัวเองว่าจะพลาดซ้ำอีก ก็เลยล้มเหลว (ในตอนแรก) แต่เมื่อเขามองเห็นว่าไม่ใช่การล้มเหลวจริง ๆ สิ่งนั้นคือโอกาสรีบาวด์ของเขา

Trailer : Rebound (2023)